Watthanasin 的个人资料Watthanasin's space ----...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


12月9日

บิน

อีกชั่วโมงกว่าๆ จะไปขึ้น TGV ไปปารีส
วันอังคาร "บิน" แล้วเจอกันครับ...
12月1日

นับเวลาถอยหลัง อีก 10 วัน บินกลับไทย

เพิ่งเลิกงาน เหนื่อย เดี๋ยวมาเขียนต่อ
 
...มาเขียนต่อแล้ว...
 
อีกเจ็ดวันครับ..อีกเจ็ดวัน จะบินแล้ว...
แต่อีกห้าวันก็เข้าปารีสแล้ว..
 
ตื่นเต้นจนหายตื่นแต้นแล้ว..เมื่อเวลามันมาถึง
จะตื่นเต้นอีกที ก็คงตอนอยู่ปารีสเตรียมบิน..
 
แล้วเจอกันครับ..
11月21日

นับเวลาถอยหลัง อีก 20 วัน บินกลับไทย

 
     เหลืออีกแค่ 20 วัน แล้ว ก็รู้อยู่ว่าอย่างไรก็ได้กลับแน่ๆ จะมานั่งนับให้เสียสมาธิในการเรียนทำไม?
แต่รู้ทั้งรู้ ใจมันก็ยังคงเฝ้าคอยให้ถึงวันนั้นเร็วๆเสียที ฉันจะได้เจอคนที่ฉันรักในอีกไม่ถึงเดือนแล้ว..
 
     มันไม่ใช่การเรียนที่พิดโลกแล้วสองสามเดือนก็กลับบ้านไปเจอพ่อแม่ได้ง่ายๆ แต่มันห่างไกลเหลือเกิน
อยากไปเจอแต่ก็ไปไม่ได้ นานเหลือเกินที่เราไม่ได้เจอกัน.. ปีกว่าแล้วนะ.. ไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้..
 
     เมื่อวานพูดหน้าห้องไปแล้ว ศุกร์นี้สอบระหว่างภาคเรียนครั้งที่สอง แล้วอีกสองอาทิตย์สอบปลายภาค
ไม่เกินสามอาทิตย์ กับการเรียนเทอมนี้ คงต้องลดการนับวันกลับ ไปอ่านหนังสือให้มากขึ้น..
 
     แต่ก็คงไม่เลิกนับหรอกนะ ตื่นเต้นจะตาย จะได้กลับไทย.. แล้วเจอกันนะ...

11月11日

นับเวลาถอยหลัง อีก 30 วัน บินกลับไทย

    
     อีกหนึ่งเดือนครับ  นับเวลาถอยหลัง  สามสิบวันเท่านั้น  จองตั๋วไว้แล้ว บินวันอังคารที่ 11 ธันวาคม สายการบินไทย คงออกเวลา 13.30 น.
ถึงไทยก็คงเช้าวันพุธที่ 12 ประมาณ 7 โมงเช้า คราวนี้จะได้เหยียบ สนามบินสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก เพราะปีที่แล้ว ยังใช้ที่ดอนเมืองอยู่เลย
 
     ตอนนี้ใจอยู่ไทยแล้วอะ ไม่อยากจะทำอะไรเลย  อยากกลับบ้านจัง ปีกว่าแล้วนะ เหมือนมันจะผ่านไปเร็ว แต่รู้สึกว่าตอนนี้เวลามันผ่านไปช้า
ใครที่เจอกันได้ ช่วง วันที่ 12-16 ธันวาคม ก็เจอกันนะ เย็นวันที่ 16 ก็คงต้องขึ้นพิษณุโลก เพื่อเตรียมซ้อมรับปริญญา ตั้งแต่วันที่ 17
 
     ซ้อมใหญ่วันที่ 19 ใครว่างก็เชิญชวนถ่ายรูปร่วมกันนะครับ คงจะเป็นความทรงจำดีๆที่ไม่มีวันลืม หรือจะเป็นวันรับจริง วันที่ 20 ธันวา
วันไหนก็ได้ตามกำลังศรัทธา อิ อิ มาถ่ายรูปด้วยกัน ของขวัญอะไร ไม่ต้องเอามาให้ก็ได้ ไม่สำคัญ แค่มาถ่ายรูปด้วยกันก็เป็นของขวัญอันมีค่า
 
     หลังงานรับปริญญา ก็คงเลือกตั้ง แล้วเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็คงอยู่ฉลองกับครอบครัว แต่พอหลังปีใหม่แล้ว ว่าจะไปเที่ยว
ในที่ๆอยากจะไป ก็คงไม่พ้นพวก ภู หรือ ดอย ต่างๆ เพื่อนร่วมทางก็ต้องดูว่า ใครที่อยากจะไปด้วย มีโอกาสก็ไปเที่ยวด้วยกันนะ
 
     ปล. อัพรูปไว้อีกสเปซ ที่จะแยกเป็นสเปซภาษาฝรั่งเศส ไปชมรูปได้ที่ http://watthanasin.spaces.live.com/ ครับ
 
10月9日

Foirexpo La Thaïlande.

La semaine dernière, j'ai fait un nouveau blog mais, il y a quelque problème, ça ne marche pas.
Je me suis fâché parce gue j'ai écrit beaucoup mon blog mais pourquoi? ...           -_-"
j'ai fait le nouveau album de Foirexpo La Thaïlande. (Il y avait la Foirexpo La Thaïlande du 31 août au 9 septembre)  
Le 6 septembre 2007, j'ai rencontré mon amie de l'université de Naresuan. Elle s'appelle "Anchisa" ou "Pèng"
Elle est venu à La Rochelle pour rendre visite à sa famille d'accueil.
Elle m'a donné la petite cymbale de professeur Pratip NAKPI.
 
PS. Je contenuerai 
 
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อัพบล็อกใหม่ แต่มีปัญหาบางอย่าง อัพไม่ได้
หงุดหงิดสุดๆ พิมพ์ไปตั้งเยอะ เป็นหน้าเลย แต่ว่า...   -_-"
อัพรูปใหม่ งาน Expo ที่มีการแสดงเกี่ยวกับประเทศไทย (มีงานนี้ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 9 กันยายน)
เมื่อวันที่ 6 กันยายน นัดเจอเพื่อนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร อาจารย์ "อัญชิสา" หรือ "แป้ง" นั่นเอง
แป้งมาเยี่ยมครอบครัวแป้งตอนที่แป้งมาเรียนม.ปลายที่ ลา โรแชล
แป้งเอาฉิ่งมาฝากด้วย (ของขวัญจากอาจารย์ประทีป นักปี่)
แป้งเป็นใคร? มาเจอกันที่นี่ได้อย่างไร? ขอแอบนินทาเล็กน้อยนะ อิ อิ
แป้งเป็นนักเรียนทุน AFS มาเรียนม.ปลายที่ฝรั่งเศส เมือง ลา โรแชล หนึ่งปี
จบจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ก็ต่อที่ ม.นเรศวร คณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาฝรั่งเศส (เพื่อนร่วมรุ่นแยม)
เรารู้จักแป้งก็เพราะแยม (ไม่งั้นเราคงไม่ได้รู้จักกับสาขาฝรั่งเศสมากขนาดนี้)
ระหว่างเรียนปริญญาตรี แป้งเป็นประธานสาขา และได้ทุนสหกิจศึกษาต่างประเทศ
มาฝึกงานที่ ลา โรแชล 4 เดือน (ทุนเดียวกับที่เราได้มา แต่เรามาหลังแป้งหนึ่งเทอม)
หลังจากแป้งฝึกงานเสร็จทำเรื่องจบปริญญาตรี ก็เป็นอาจารย์ที่ ม.นเรศวร
ตอนนี้แป้งมาเรียนโทที่เมืองอองเช่ (ไม่ไกลจาก ลา โรแชล เท่าไหร่) คิดว่าคงได้เจอแป้งเป็นระยะๆ
 
รู้สึกดีใจมากๆ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเพื่อน มน. ที่เมืองนี้ (เมืองนี้มีแต่ ม.เกษตร ม.ศิลปากร ม.แม่ฟ้าหลวง ฯ)
มน. มาแล้วจ้า..... จากที่เคยเจอกันแค่รั้วเสลา เจอกันที่คณะมนุษย์ ตอนนี้เราเจอกันที่ฝรั่งเศสแล้วนะ (อยากเจอคนอื่นๆที่นี่อีกจัง)
 
เล่าถึงงาน Expo ถือว่าโชคดีมากๆ ที่ปีนี้จัดเกี่ยวกับเมืองไทย เพราะเค้าจะจัดไม่ซ้ำประเทศในแต่ละปี
และก็ไม่ได้จัดเกี่ยวกับประเทศไทยมาสิบกว่าปีแล้วมั้ง..(ชาว ลา โรแชลบอก)
ช่วงเปิดงานวันแรกๆ ท่านฑูต มาร่วมเปิดงานด้วย แต่เราติดทำงานที่ร้านอาหาร ยุ่งสุดๆ ไปไม่ได้
เราไปวันแรก เช้าวันที่ 4 กันยายน เพราะเช้าหยุดงาน เข้างานตอนเย็น เลยชวน Adrien (อาเดรียง) เพื่อนร่วมครัว ไปด้วย
ประทับใจมากๆ ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศไทยเลย (ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง) ในงานมีสินค้างามๆ งานฝีมืออันปราณีต
อาหารไทยเลิศรส การแสดงฟ้อนรำตระการตา และข้อมูลสำหรับเที่ยวเมืองไทยอีกมากมาย..
การแต่งฉาก แต่งบู๊ทแบบไทยๆ มีดนตรีไทยเบาๆ โอ้ หลั่น ล่า.. คิดถึงเมืองไทยเป็นที่สุด
ค่าเข้างาน 5 ยูโร (ตอนนี้ยูโรละ 46 บาทมั้ง คูณเอาเองเด้อ..) วันแรกไปกลับอาเดรียง ชวนกินผัดไท
ผัดไทกล่องละ 7 ยูโร (คูณเอาเองอีกทีเด้อ..) ตบท้ายด้วยน้ำผลไม้ไทย กระป๋องละ 2 ยูโร (เกือบร้อยบาท คูณให้และ)
เข้างานไปแว๊บเดียว คูณเป็นเงินไทยคงหลายบาท แต่ความสุขทางใจที่ได้มันก็มากมายเช่นกัน..
ระหว่างรอผัดไท อาเดรียงถามถึงเครื่องปรุงและวิธีการทำอย่างสนใจ บอกว่าจะไปลองทำกินเอง
พอซื้อมานั่งกิน ก็บอกว่าอร่อยมาก (แกใส่พริกป่นด้วยนะ) ชวนทำกินตอนเลิกงานร้านอาหาร เหอๆ
ภายในงาน เราก็ไปพูดคุยกับคนไทยหลายๆ คน เค้าก็ถามว่า รู้จัก ราเชนทร์ ไหม? เราก็งง???  ใครวะ???
พี่ๆในงานบอกว่าเป็นนักเรียนไทย เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ บอกว่า ยังไม่เจอคนไทยในเมืองนี้เลย เหงา
เราก็คิดว่าคงได้เจอกันเร็วๆนี้ (และจะได้เจอคนไทยอีกมากมาย อิ อิ) 
 
ไม่ได้ไปแค่รอบเดียวนะ  วันที่ไปรอบสอง คือวันที่เจอแป้ง ตอนแรกนัดแป้งเจอกันช่วงบ่าย เพราะต่างคนต่างมีธุระ
ตอนเช้าเราพาพี่อมรไปตรวจเลือด แต่พอตรวจเสร็จ ระหว่างเดินกลับบ้านก็เจอแป้งหน้าร้านขนมปังใจกลางเมือง
เลยตกลงเป็นเพื่อนร่วมทาง ตอนแป้งทำธุระ (เช้านั้น เจอพี่ อ้น นักเรียนไทยจบโทกฎหมายจาก ม.ปารีส 2 ด้วย)
ตอนเช้า รับมอบ ฉิ่ง ด้วยความเบิกบานใจ (จะเอาไปตั้งวงเครื่องสาย อิ อิ) แป้งติดต่อเรื่องเบอร์โทรศัพท์มือถือ
จากนั้นก็เดินไปสถานีรถไฟ เพื่อดูรอบตั๋ว และทำบัตรลดราคา สำหรับ บุคคลที่อายุไม่เกิน 25 ปี 
เราเลยทำด้วยเลย (แหะๆ อายุยังไม่เกิน แต่ใกล้และ) บัตรนี้ ลดราคาสูงสุด 50% แค่เดินทางไม่กี่รอบก็คุ้มแล้ว
จากนั้นแป้งก็พาเราไปที่ฝึกงาน ตอนแป้งมาทุนสหกิจ อยู่ตึกเดียวกับที่เราเรียนภาษาฝรั่งเศสนี่เอง
ตอนเที่ยง แป้งนัดเจอเพื่อนเก่าที่ท่าเรือ (เพื่อนเก่าตอนแป้งมาเรียน ม.ปลาย) เราทานแซนวิชเป็นมื้อเที่ยงกันที่นั่น
ตอนบ่ายแป้งไปไปรษณีย์ต่อ เพื่อติดต่อเรื่องเปิดบัญชีธนาคาร (ที่นี่เค้ามีธนาคารของไปรษณีย์ด้วยนะจ๊ะ ค่าธรรมเนียมไม่แพง)
จากนั้นเราก็ไปงาน Expo ด้วยกัน.. รอบสองแล้ว.. ความรู้สึกยังเหมือนเดิม แต่กลับคุยกับพี่คนไทยในงานอย่างสนิทสนมมากขึ้น 
แป้งพูดคุยกับพี่ อ้น ที่ทำประชาสัมพันธ์ ททท. อย่างสนใจ เพราะแป้งมาเรียนโทเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราก็ไปคุยกับพี่ หนู
แม่ค้าขายผัดไท เช่นเคย วันนี้ มาแอบเก็บภาพคนไทยขณะทำหน้าที่ของตน ขายของบ้าง ประชาสัมพันธ์บ้าง
ร่ายรำอยู่บนเวทีบ้าง ทำอาหารอยู่บ้าง ทำงานฝีมืออยู่ก็มี คิดว่า เค้าคงไม่มีรูปถ่ายตอนเค้าทำงานอย่างนี้
ระหว่างการแสดงอังกะลุง แป้งถูกดึงตัวให้ไปร่วมบนเวที เราก็บอกว่าน่าจะเลือกฝรั่ง แต่แกคงคิดถึงคนไทย เจอคนไทย
เลยคว้าขึ้นไปซะงั้น เราก็กลัวฝรั่งจะคิดว่าเป็นหน้าม้าอีก (แต่วันแรกที่เรามาเค้าก็ดึงฝรั่งขึ้นไปนะ ฮามากๆ)
หลังจากจบงาน เราก็แยกกับแป้งที่ คาร์ฟูร์ แป้งเตรียมเดินทางกลับไปเมือง อองเช่
 
ยังไม่จบ.. เราไปรอบสามคนเดียววันปิดงาน หลังจากเสร็จงานร้านอาหารเย็นวันอาทิตย์ เราก็ไปอีกรอบ
ขณะที่กำลังควักตังค์จะจ่ายค่าเข้าเป็นรอบที่สาม มีมาดามใจดีคนนึง เอาบัตรเข้างานฟรีมาให้ บอกว่าอย่าเสียตังค์เลย
งานจะปิดอยู่แล้ว เราก็รับไว้ด้วยความตื้นตันใจ (อิ อิ ประหยัด 5 ยูโร วุ๊ย) เข้าไปงาน ทันชมการแสดงปิดงานครึ่งหลัง
ถ่ายรูป แล้วอยู่ช่วยพี่ๆ เก็บของ ทานข้าวร่วมกัน (มีส้มตำโด้ยยย แซบๆ) จากนั้นก็นัดพี่ๆ วันรุ่งขึ้นเราจะเป็นไกด์พาชมเมือง... 
 
ปล. อาจจะดองนานไปหน่อยนะ ทั้งรูปและเรื่องราว ตอนนี้จะแยกสเปซแล้ว จะอัพสเปซที่เป็นภาษาฝรั่งเศสอีกอัน
     ไม่งั้น คงไม่ได้เล่าเรื่องราวอีกมากมายกันพอดี.. พี่น้องผองเพื่อนสบายดีไหม? สิ้นปีนี้เจอกันที่ไทยนะ..  
 
 
9月26日

Joyeux anniversaire à quelqu'un.

Joyeux anniversaire à Confiture. 
7月23日

J'ai 24 ans.

C'est la première fois, j'écris en français. Aujourd'hui, c'est mon anniversaire.
Hier soir, quand j'ai finis mon travail, mes collègues et moi buvions beaucoup de champagne (6-7 bouteilles)
Mes parents m'ont béni et ils ont chanté la chanson d'anniversaire pour moi, j'étais très heureux.
Aujourd'hui je ne travaille pas. je me suis levé à 14h00. Ensuite, j'ai écrit des carte pour ma mère, mon oncle et mon ami.
Et puis, je les ai envoyé à la poste (J'ai envoyé des DVD pour mon coeur aussi) ça fait 20 euros pour tous.
Ce soir, phi Amone et moi sommes allés chez Mme.Som et M.Albert pour faire une petite fête de mon anniversaire.
Ils sont très gentils avec moi. ^_^ J'ai 24 ans (plus vieil un an -_-") 
 
Ps. S'il y a quelque mot est faux, dites-moi s'il vous plaît... merci.    
7月9日

บันทึกจากโรงเรียน La Boussole (ลา บูซโซล) ตอนที่ 1

     ผ่านมาหนึ่งเดือนกว่าๆ  ที่ผมได้ทำงานที่ร้านอาหารแบบแต็มตัว  อยากจะเล่าเรื่องในร้านอาหารให้อย่างละเอียด  แต่ความละเอียดที่ผมได้เจอมันมากมายจนเวลาที่มีให้พักผ่อนมันไม่เพียงพอต่อการบรรยายสิ่งที่ได้พบเจอ..  อย่างที่บอกในคราวที่แล้ว   ว่าใน 3 เดือนเต็มนี้  ชีวิตผมต้องขลุกอยู่ในครัวตลอด..  งานหนัก  เหนื่อย..  ในหนึ่งเดือน  ผมต้องทำงานเต็มวันเกือบ 20 วัน  ที่เหลือคือหยุดช่วงช่วงแล้วทำงานช่วงเย็นบ้าง  หรือหยุดช่วงเย็นทำงานแต่ช่วงเช้าก็มี  ส่วนวันหยุดเต็มวันนะเหรอ?  หายากมากๆ  สำหรับเดือนแรกผมมีวันหยุดเต็มวันในตารางทำงานแค่วันเดืยวเท่านั้น!!!
     ผมตื่นนอนประมาณ 9 โมงครึ่ง  เพื่อเตรียมตัวเข้างาน 10 โมง  ทำงานจนบ่ายสาม  พักกินข้าว  กลับบ้านเพื่อพักผ่อนด้วยการนอนหรือเล่นอินเทอร์เน็ตเวลา 4 โมงเย็น..  เข้างานอีกที 6 โมงเย็น  ผมต้องออกจากบ้านก่อน 6 โมง  เพื่อให้ถึงที่ทำงานตรงเวลา..  จากนั้นก็ลุยงานจนกระทั่งร้านปิด (ประมาณตี 1 หรือตี 1 ครึ่ง)  กินข้าวหลังจากเสร็จงาน  นั่งพัก  พูดคุย  แล้วกลับบ้านอาบน้ำนอน ประมาณ ตี 3 - ตี 4 (หากวันไหนกลับมาเล่นเน็ตต่อก็อาจจะนอนตี 5 หรือ 6 โมงเช้า)  หากวันต่อไปต้องทำงานเช้าต่อ  ก็ต้องตื่น 9 โมงครึ่ง  ไปทำงานเช่นเคย...     
     มันก็หนักนะครับ  ผมก็ยอมรับว่ามันหนักมากสำหรับผม  ประสบการณ์ที่ทำ Mcdonald's (ทุกตำแหน่ง  ตั้งแต่ทำอาหาร  ล็อบบี้  เคาท์เตอร์  และผู้ช่วย CCR) ประมาณ 1 ปีระหว่างเรียนม.รามคำแหง  (ก่อนที่จะมาเรียนที่ม.นเรศวร)  ประสบการณ์จากการเรียนรด. จนจบปี 5 บวกกับฝึกหลักสูตรวิชาการสงครามพิเศษการกระโดดร่มแบบพาราเซล (หลักสูตรที่ดีที่สุดของการเรียนรด.)  ประสบการณ์ทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารนอกชานระหว่างเรียน  ประสบการณ์จากการฝึกงานฝ่ายรายการ (ตำแหน่งผู้กำกับเวที) ที่ช่อง 7 สี  และประสบการณ์จากการทำงานชมรมฯ  งานของคณะ  และงานของมหา'ลัย..  งานทุกอย่างที่ได้ทำมา  ล้วนแต่มีส่วนช่วยให้การทำงานที่นี่ลดความยากไปได้ส่วนหนึ่ง  แต่ว่ายังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย  ที่ทำให้ผมต้องใช้กำลังกายและกำลังสมองเป็นอย่างมาก...
     ตั้งแต่ได้เริ่มทำงานตอนมาฝึกงานทุนสหกิจฯ  ผมได้เรียนรู้งานล้างจาน (งานที่ทำให้ผมได้กลับมาเรียนที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง)  การล้างจานที่ใครๆ คิดว่าไม่น่าจะยากอะไร  ใครๆก็ล้างได้..  แต่...  มันไม่ใช่แค่นั้น  ประสบการณ์ล้างจานหนึ่งปีของผม  ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย  การล้างจานก็มีเทคนิค  ทุกขั้นตอนของการล้างจานล้วนมีเทคนิค  การเก็บจาน  การยกจานที่หนักใบละ 1.5 kg  ครั้งละ 10 กว่าใบ (ความเร่งด่วนที่ทำให้ต้องรีบยกในเวลาเดียวกัน)  ที่ร้านอาหารในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ใช้เครื่องล้างจาน  แต่เราก็ยังต้องเป็นคนจัดการก่อนที่จานจะเข้าเครื่องและหลังจากจานออกจากเครื่อง  สิ่งที่ต้องคำนึงในการล้างคือ  ความสะอาด (ใช่ว่าล้างเครื่องแล้วจะสะอาดมากนะ  ถ้าไม่ระวังก็เละเหมือนกัน)  ความรวดเร็ว  และความปลอดภัย  สิ่งที่ยากไม่ใช่แค่น้ำหนักของจาน  แต่ความเร็วและความปลอดภัยต่างหาก  ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่มีลูกค้ามาเยอะๆ  ทำให้จานไม่พอใช้ (ร้านอาหารฝรั่งเศสใช้จานเยอะมาก  ที่ร้านเฉลี่ย 4 ใบต่อลูกค้าหนึ่งคน  ไม่รวมพวกถ้วยซอสและหม้อซุป)  เมื่องานเร่งเราต้องรีบ  ความสะอาดจะลดลงหรือไม่?  จานนะทันหรือเปล่า?  แล้วจะเกิดเหตุการณ์ทำจานหรือแก้วแตกจนถูกอะไรบาดมือบ้างไหม? นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย  ส่วนพวกช้อนส้อม  มีด  ก็ต้องมีเทคนิคในการล้าง  การเช็ด  เพื่อให้สะอาดรวดเร็ว  และปลอดภัยเหมือนกัน
     ต่อจานงานล้างจาน  ก็เปลี่ยนมาเป็นคนทำอองเทร่  อาจจะใช้แรงน้อยลง  แต่ต้องใช้ความคิดมากขึ้น  ผมทำอองเทร่ได้หนึ่งเดือนเต็ม  เริ่มที่จะมีความชำนาญ  ความสนุกกับการอองเทร่..  แต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา  ผมก็ต้องย้ายตำแหน่งมาเป็นผู้ช่วยเชฟหน้าเตา (ไม่ใช่เก่ง  แต่เพราะขาดคนต่างหาก)  ผมต้องเรียนรู้งานใหม่อีกมากมาย  งานหน้าเตาที่ต้องเจอทั้งเตาอบและเตาย่างร้อนๆ 3-4 ตัว  การเตรียมอาหารทั้งอองเทร่และอาหารจานหลัก  มือที่เคยเนียนนุ่ม  ตอนนี้กลับกลายเป็นหยาบกร้าน  แข็งกระด้าง  เต็มไปด้วยร่องรอยจากการโดนของร้อนและของมีคม (ร่องรอยจากความงี่เง่าและความประมาท)  แผลจากการโดนของร้อนและเตาอบดาดตามมือและแขนเริ่มมากขึ้น.. แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  แม้ว่างานจะหนักและเหนื่อยเพียงใดก็ตาม  แต่เงินเดือนที่ผมได้รับ  ก็เป็นที่น่าพอใจ  ควรค่าแก่การทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อให้จุดประสงค์หลัก (การเรียนปริญญาโท) ของผมสำเร็จผล..  แล้วเจอกันใหม่ตอนต่อไปครับ...
6月16日

ขออภัย..กุ๊กมือใหม่..หัดขับ

หลังจากสอบปลายภาคเสร็จเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ค. เราก็รู้ผลสอบบ่ายวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย.ด้วยความบังเอิญ
เพราะจริงๆ มหา'ลัยจะประกาศผลสอบวันจันทร์ที่ 4 มิ.ย. แต่เจอซินเทีย(เพื่อนที่เรียนภาษา)บอกว่าผลสอบออกแล้ว!!!
ผมไปดูผลสอบด้วยใจหวั่นๆ แต่ผลออกมาก็ทำให้หายเครียด..ผ่านครับผ่าน..ถึงแม้จะผ่านด้วยคะแนนอันน่าเกลียด
11.5 เต็ม 20 เหอๆ เลยเส้นมาหน่อยเดียว เตรียมใจไว้แล้ว เพราะเทอมนี้แบ่งเวลาไม่ดี มีเพื่อนในห้องตกไปสองคน
หากสอบตกทำไง? เทอมหน้าอาจจะได้เรียนระดับเดิมใหม่!!! เสียดายเวลา เสียดายตังค์ค่าเทอม (800ยูโร)
หรือต้องสอบวัดระดับใหม่ถ้าอยากเรียนต่อระดับสาม..แต่นี่สอบผ่านระดับสองแล้ว..เทอมหน้าเรียนระดับสามเลย
แต่เทอมหน้าคงหนักแน่ๆ เพราะดูคะแนนที่ได้สิ!!! ใครเจอผมใน MSN อย่าถามนะ ว่าผมพูดฝรั่งเศสป๋อแล้วใช่ม๊า..ถามมีเคือง อิ อิ
 
วันที่ 4 มิ.ย. ผมได้ยินน้องๆหลายคนบอกว่าเริ่มเปิดเรียนแล้ว..เพื่อนๆบางคนที่เรียนป.โทก็เริ่มเปิดเหมือนกัน..แล้วผมล่ะ???
ทั้งๆ ที่เพิ่งจะสอบภาษาฝรั่งเศสเสร็จ..แต่โรงเรียนอีกแห่งของผมก็เริ่มเปิดเรียนตามมาติดๆ..
โรงเรียนที่ว่า คือโรงเรียนอะไรนะเหรอ? ก็โรงเรียน La Boussole (ลา บูซโซล) นะสิ!!!
เป็นร้านอาหารที่ผมเคยทำมาได้ประมาณหนึ่งปี..ตั้งแต่ได้ช่วยล้างจานตอนที่มาฝึกงานทุนสหกิจศึกษา
จนกระทั่งกลับมาเรียนต่ออีกรอบ..ก็ยังทำงานที่ร้านนี้เรื่อยมา..จากงานล้างจาน เก็บจาน
เปลี่ยนมาเป็นช่วยคนล้างจานนิดหน่อย..แล้วมาช่วยเตรียมอาหารมากขึ้น..หั่นผัก..และศึกษาวิธีทำอาหารบางอย่าง..
 
อาจจะเป็นเพราะคนในร้านหมุนเวียนเปลี่ยนไป..คนพอบ้างไม่พอบ้าง..เชฟให้ผมเริ่มศึกษาวิธีทำ Entrée (อองเทร่)
อองเทร่คืออะไร? อองเทร่ คือ อาหารจานแรก ก่อนอาหารจานหลัก ซึ่งวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวฝรั่งเศส
จะเริ่มต้นที่เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย(aperitif) และของขบเคี้ยว เครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นไวน์ แชมเปญ หรือเหล้าปาสติส(Pastis)
จากนั้นจะต่อด้วยอองเทร่ อาหารก่อนจานหลัก ซึ่งส่วนนี้นี่เอง ที่ผมต้องเริ่มศึกษา.. เมื่อทานอองเทร่เสร็จ..
ก็จะต่อด้วยอาหารจานหลัก ที่จะทำให้อิ่มแปร้..แล้วใครที่ชอบของหวาน ก็จะตบท้ายด้วยของหวานอีกหนึ่งจาน..
 
ในวันเปิดเรียนวันแรกของผม..ผมต้องรับผิดชอบในส่วนของอองเทร่คนเดียว..หลังจากที่เชฟเคยให้ดูตัวอย่างจากกุ๊กคนอื่น..
ประเดิมวันแรกของผมด้วยแขกประมาณหนึ่งร้อยคน (ก็ต้องทำอองเทร่ประมาณหนึ่งร้อยจาน) มึนหัวสุดๆเลยครับ
หมุนตัวไปมา หยิบนู่นคว้านี่ ในหัวต้องคิดลำดับรายการอาหารที่จะต้องทำตลอด ปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมากมาย
ไม่ว่าจะรีบจนลืมใส่เครื่องปรุงบางอย่าง จึงทำให้ช้าเวลาที่ต้องมาทบทวน..ตอนที่เครื่องปรุงบางอย่างหมด ต้องรีบทำเพิ่ม
ความไม่มั่นใจในความสุกของอาหาร จึงดูแล้วดูอีก จนทำให้ช้า..ความรีบจนทำให้โดนดาดจากเตาอบ หรือของร้อนๆ
และปัญหาต่างๆ อีกมากมายที่เราต้องคอยแก้ตลอดเวลา..รวมไปถึงปัญหาทางภาษา ที่ทำให้งานติดขัดเป็นบางช่วง...
 
แต่ก็ผ่านมาประมาณสองอาทิตย์แล้ว..หลายๆอย่างเริ่มดีขึ้น..สูตรอาหารและเครื่องปรุงแม่นยำขึ้น..
ความเร็วในบางอย่างเพิ่มขึ้น..ได้เรียนรู้การเตรียมอาหาร เครื่องปรุง และซอสต่างๆมากขึ้น..
และก็คงจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดปิดเทอมฤดูร้อนของผม ที่จะต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายในโรงเรียนร้านอาหารแห่งนี้ครับ...

5月29日

Petit à petit, l'oiseau fait son nid.

seasons change
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
 
อดทนเวลาที่ฝนพรำ..อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง..
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง..ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ..ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ...
 
ขอบคุณพี่บอย โกสิยพงษ์ครับ สำหรับข้อคิดดีๆ
 
วันเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งเราสอบปลายภาคเสร็จ(28 พฤษภาคม 2550)
การสอบผ่านไปได้ด้วยดี..เราพอทำได้..หลังจากอ่านหนังสือจนเกือบรุ่งเช้าตามเคย..
แม้จะเข้าช่วงสอบ..แต่เราก็ต้องทำงานที่ร้านอาหารตลอดสุดสัปดาห์..
จนกระทั่งวันสอบ..เราสอบตรงกับวันหยุดเทศกาลของที่นี่
เชฟไม่รู้ว่าเราสอบวันจันทร์..เลยใส่ชื่อว่าเราทำงาน คืนวันอาทิตย์ และวันจันทร์เต็มวัน
เราทำงาน คืนวันพฤหัสฯ คืนวันศุกร์ และคืนวันเสาร์..
พอเชฟเรียกเราไปดูตารางงาน เราบอกว่าวันจันทร์เช้าสอบปลายภาค
คืนวันอาทิตย์คงต้องอ่านหนังสือ..และเช้าวันจันทร์ต้องสอบจะทำงานได้อย่างไร..เชฟอึ้ง
ปกติเราทำงานสามคืนต่อสัปดาห์..หากวันไหนต้องทำนอกเหนือจากที่ตกลง
เชฟจะบอกเราก่อนล่วงหน้าประมาณหนึ่งอาทิตย์..
แต่ครั้งนี้เชฟไม่ได้บอกเรา..
 
คืนวันเสาร์ทำงานเลิกตีสอง กลับบ้านอาบน้ำอ่านหนังสือ..
อ่านได้นิดหน่อย..ก็หลับคากองหนังสือไป..เหนื่อย..
เที่ยงวันอาทิตย์ตื่นมาด้วยความมึนงง..เจอหนังสือกองเต็มที่นอน..ก็อ่านต่อไป..
ช่วงบ่ายสอง พี่ไพรินโทรมาถามว่าคืนนี้ไปช่วยงานที่ร้านอาหารได้ไหม?
เราบอกว่าอยากอ่านหนังสือ ถ้าลูกค้าไม่เยอะมากขอไม่ไป..ถ้าเยอะค่อยไป
พี่ไพรินปรึกษาเจ้าของร้าน..ขอให้เราไปทำสองทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง เพราะคาดว่าลูกค้าจะเยอะ..
เรา(ต้อง)ตอบตกลง..แล้วอ่านหนังสือต่อด้วยความสับสนในใจ..งาน..เรียน..งาน..เรียน???
 
แต่เราต้องรับผิดชอบทั้งสองอย่างพร้อมๆกันไป..ทุกอย่างล้วนมีความสำคัญ..
หนึ่งทุ่มอาบน้ำ..เสียงโทรศัพท์ดังแต่รับไม่ได้..แต่ตัวชุดทำอาหาร
พี่อมรกลับมาบ้าน บอกว่าไม่ต้องไปทำงานแล้ว..ฝนตก ลูกค้าคงไม่เยอะ..
เราดีใจ..เปลี่ยนเสื้อผ้า..อ่านหนังสือต่อ..อ่านจนตีห้า..นอนตื่นเจ็ดโมง..ไปสอบเก้าโมง..
 
เรียนภาษาฝรั่งเศสผ่านมาสองเทอม..เคยท้อบ้าง..ยาก..
แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกชอบ..อยากเรียนรู้มากยิ่งขึ้น..
Petit à petit, l'oiseau fait son nid.
ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป..เก็บเล็กผสมน้อย สักวันก็เยอะเอง..

 
วันเวลา..ระยะทาง และความห่างไกล..ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มมากขึ้น
เรามีบทเรียนและได้ข้อคิดเรื่อง"การรักษาระยะห่าง"
เราศึกษาวิชาความเป็นครูที่เราต้องรักษาระยะห่างระหว่างครูกับศิษย์
แต่เราไม่ได้คิดถึงการรักษาระยะห่างระหว่างเรากับเพื่อนผู้หญิง..
เราจะแก้ไขตัวเองในเรื่องนี้..และขอโทษเพื่อนๆบางคน สำหรับนิสัยแย่ๆของเรา..
 
คนส่วนใหญ่มองว่าเราเข้มแข็ง..มานะ..และอดทน
มีความเชื่อมั่นในตัวเอง..กล้าทำในสิ่งที่ใครๆหลายคนไม่ทำ..
เรื่องราวในอดีต..หล่อหลอมให้เราเป็นแบบนี้..
 
แต่มีบางครั้ง..ที่เราแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเธอ..
เราแสดงความไม่มั่นใจในตัวเอง..เพราะอะไร???
เพราะเราอยากเชื่อเธอ..ถึงแม้ส่วนใหญ่เราจะเชื่อความคิดของตัวเอง
เราพูดเรื่องเพ้อฝันกับเธอ..เพราะเราอยากให้เธอร่วมสร้างความฝันให้เป็นจริง..
หากว่าการกระทำเหล่านี้..ทำให้เราไม่เป็นตัวของเรา..เราจะเปลี่ยนแปลง..

 

 
ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง..
ตอนนี้เราอยู่ไกลกัน..เธอเปลี่ยนเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น..
หลังจากที่ต้องเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างเพื่อเรา
เราดีใจ..ที่เธอมีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเอง..
และเราก็จะเป็นตัวของตัวเอง..เป็นคนที่ฝันแล้วทำให้ฝันนั้นเป็นจริง
เป็นคนที่จริงจัง มุ่งมั่นในสิ่งที่อยากจะทำ..
เป็นคนที่มั่นคงต่อความรัก..กับคนที่เรารัก
"เรารักพ่อแม่..
เรารักพี่น้อง..
เรารักเพื่อนๆ
และเรารักเธอ..."

 
 ตัดผมแล้วนะครับพี่น้อง..กลับมาหัวเกรียนตามเคย..ทรงนี้แหละตัวเรา
ตอนผมยาว..ต้องรักษา..ทำงานในครัว..ผมเหม็น ต้องสระทุกครั้ง
เลิกงานมาดึกๆ สระผมแล้วกว่าผมจะแห้ง..นอนไม่ได้ถ้าผมเปียก..
 
ตอนนี้ผมสั้นรับหน้าร้อน..ดูแลง่ายแม้ต้องทำงานในครัวทุกวัน..
สระแล้วแห้งเร็ว..นอนได้เร็ว..และไม่เปลืองยาสระผมอีกด้วย..
 
ตอนไว้ผมยาว..บางคนชอบ..บอกว่าดี..ให้ไว้ต่อไปเรื่อยๆ..
แต่บางคนบอกว่าไม่ดี..ดูโทรม..ไม่เรียบร้อย..เหมือนฮิปปี้
 
เราไว้เพราะเราอยากไว้..ไว้ผมแล้วไม่ได้ไปหนักบนหัวใคร???
ทำอะไรสักอย่าง..จะต้องมีทั้งคนชมและคนด่า..ทำใจ
แต่ตอนนี้เรากลับมาหัวเกรียน..
เพราะเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ประถมแล้ว..
ประถมหัวเกรียน..มัธยมหัวเกรียน..มหา'ลัยหัวเกรียน
นี่ละน๊า....ตัวเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า....
 
4月4日

jusqu'aujourd'hui

jusqu'aujourd'hui...
 
ไม่ได้อัพสเปซนานแล้ว...ไม่รู้จะอัพอะไร..ไม่รู้จะเขียนอะไร..ไม่รู้จะบอกอะไร..
แต่วันนี้มันรู้อะไรบางอย่าง..รู้ว่าใจเราชอบอะไร..รักอะไร..เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น..
 
ไม่อยากอัพสเปซเลย..จนกระทั่ง  วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2550  วันที่เราได้ไปเป่าขลุ่ย
โดยการเชิญชวนจากอาจารย์ชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง..เชิญให้เราไปเป่าขลุ่ยไทยให้เด็กๆฟัง..
เนื่องจากเด็กนักเรียนคนหนึ่งในห้องนี้  เป็นหลานของมาดาม"บาง"เจ้าของร้านอาหารบ้านไทย..
ร้านที่เราเคยไปช่วยงาน..เราเลยสอนให้เด็กสองคน หลานมาดาม (ชื่ออักตู) และลูกบุญธรรม
ของมาดามบาง (ชื่อวิลเลี่ยม)  อักตูเอาขลุ่ยที่เราให้ติดกระเป๋าไปโรงเรียนด้วย..อาจารย์เห็น
เลยสนใจและอยากให้เราไปเป่าให้เด็กๆดู..เราตื่นเต้น..ตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรนาน..

 
เช้าวันนั้น..เราเข้าไปโรงเรียนประถมของเด็กฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในชีวิต..ตื่นเต้น..
เข้าไปแนะนำตัว..พูดคุยถึงประเทศไทยนิดหน่อยก่อนที่จะเริ่มบรรเลงขลุ่ยให้เด็กๆและอาจารย์ฟัง
เด็กทุกคนนิ่งเงียบ..ตั้งใจฟัง..อ้าปาก..ตาโต..พอจบเพลง  เสียงปรมมือจากเด็กๆทุกคนทำให้เรามีความสุข..
จากนั้นก็ตามมาด้วยคำถามที่ตอบไม่ทัน..เมื่ออาจารย์เปิดโอกาสให้เด็กๆถาม..เด็กๆเกือบทั้งห้อง
ยกมืออ้าปากเตรียมถามสิ่งที่อยากรู้..คำถามเริ่มจาก..คุณเป่าขลุ่ยมานานหรือยัง?
อักตูเป่าได้เหมือนคุณหรือเปล่า? ไปจนถึง..ที่เมืองไทย เด็กนักเรียนมีกระเป๋าหนังสือไหม?
มีกระเป๋าใส่ปากกาใหม่?ในห้องเรียนมีโต๊ะเรียนหรือเปล่า? น่ารักจริงๆ..เหอๆ
ทุกคนถามไม่หยุด..ถามจนหมดเวลา..เราคิดในใจว่า..ช่างแตกต่างจากเด็กบ้านเราเหลือเกิน..
เคยได้ยินรุ่นพี่ทุนสหกิจฯต่างประเทศรุ่นแรกที่ไปดูงานโรงเรียนฝรั่งเศส..บอกเด็กที่นี่แสบ..
พึ่งได้เจอกับตัวเองก็วันนี้เอง..เป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง..
 
เราออกมาจากโรงเรียนโดยที่ได้แลกเบอร์โทรฯติอต่อกับอาจารย์ประจำชั้น
เพื่อที่จะร่วมทำกิจกรรมกันอีกในครั้งต่อไป..เรากลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ..

 
จนวันนี้..เรารู้ตัวเองแล้วว่า..เรามีความสุขกับการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น
เรามีความสุขกับการได้เล่นดนตรีไทย..การได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทย..
เราชอบบรรยากาศของโรงเรียน..เราชอบการเป็น"ครู"
 
ตอนนี้เราค่อนข้างสับสนในตัวเอง..เกี่ยวกับสาขาที่จะต่อในระดับปริญญาโท..
เนื่องจากใจเราชอบการถ่ายภาพและงานโทรทัศน์  เราอยากเรียนโทเกี่ยวกับสาขานี้
แต่ว่าเมืองที่เราอยู่..มหาลัยที่เราเรียน..ไม่มีสาขาเกี่ยวกับโทรทัศน์
แต่ที่จะพอเรียนได้คือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์..อีเลินนิ่ง..ซึ่งเราเคยมาฝึกงานกับอาจารย์ไมค์เรื่องนี้..
นอกจากเรื่องความชอบแล้ว  สิ่งที่ทำให้เราต้องหนักใจเพราะว่าการย้ายเมืองไปเรียนเมืองอื่น
ที่มีสาขาเกี่ยวกับโทรทัศน์นั้น..ค่อนข้างจะลำบากสำหรับเรา..เพราะว่าการที่เราอยู่เมืองนี้..
เรามีที่พัก..เรามีงานพิเศษที่ดี..หากเราไปเมืองอื่นที่ไม่รู้จักใคร..
ทำให้เราเสียค่าที่พักที่มากขึ้น..และไม่รู้ว่าจะมีงานพิเศษรองรับหรือเปล่า..
ทำให้การที่จะย้ายไปเรียนสิ่งที่ชอบในเมืองอื่นนั้นเป็นไปได้ยาก..เรายังอยู่ในการตัดสินใจ
 
ความเป็นตัวเราอีกเรื่องหนึ่ง..แยมบอกว่า  เราไม่ใช่คนที่จะเรียนภาษาต่างประเทศได้ง่ายๆ..
จริง..เราไม่เก่งอังกฤษ..เราไม่ค่อยได้ฝรั่งเศส..เราไม่มีความสนใจ..ไม่ค่อยพยายาม..
ทุกวันนี้เราต้องพยายามเรียนภาษาฝรั่งเศส..เพื่อที่จะต่อโทที่นี่..มันค่อนข้างหนักสำหรับเรา..
ด้วยความคิดที่ว่ามาอยู่ฝรั่งเศสแล้ว  เดี๋ยวก็พูดฝรั่งเศสได้เอง..มันก็อาจจะใช่..
แต่ม้นก็มีคนที่มาเรียนฝรั่งเศสแล้วไม่ค่อยได้ภาษาฝรั่งเศสเลย..ก็มี..
ทุกวันนี้เราเพิ่มความรู้จากการเข้าเรียนภาษาในห้อง..แต่การสื่อสารประจำวันยังใช้ภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่
ทั้งตอนอยู่บ้าน..และตอนไปทำงานที่ร้านอาหาร..เรารู้วิธีฝึกภาษา..แต่เราไม่ได้ทำตามที่เรารู้
 
แต่ไม่ว่ายังไง..วันเวลาก็ยังเดินต่อไป..เราก็หวังว่าทักษะที่เพิ่มทีละน้อยนิด..
เมื่อถึงวันหนึ่ง..มันก็คงจะดีเอง..ปลอบใจตัวเอง..ว่าการเรียนภาษาต้องใช้เวลา..
(ทั้งๆที่เวลาที่ผ่านมา..เราควรจะรู้อะไรมากกว่านี้..) แต่ไม่เป็นไรนะ..ยังไงเราก็จะไม่ยอมแพ้.. 

 
 
 
12月27日

Joyeux Noël

 
Joyeux Noël จ้าทุกคน..
 
     ผ่านโนแอลไปแล้ว(วันคริสต์มาส)  แป๊กสอบปลายภาคภาษาฝรั่งเศสเสร็จตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18  วันพุธที่ 20 ไปทัศนศึกษากับเพื่อนๆเรียนภาษาที่เมือง Bordeaux (บอรโด)  เป็นเมืองที่มีชื่อเรื่องการทำไวน์  วันศุกร์ที่ 22 ประกาศผลสอบ  ผ่าน...  ด้วยคะแนน 12.1 จาก 20 เหอๆ  คะแนนเราหายไป 4 คะแนน  เพราะเราขาดสอบกลางภาคไป 2 เรื่อง (ช่วงนั้นทำงานหนัก  อ่านหนังสือยันเช้า  เผลองีบนิดเดียว  ตื่นสายเลย  ไปห้องสอบไม่มีใครอยู่..ปรากฎว่าเค้าเปลี่ยนห้องสอบกัน  เราเลยไม่รู้เรื่อง)  แต่สุดท้ายสอบปลายภาคแล้ว  คะแนนเราก็ผ่า..  สอบปลายภาควันจันทร์ 9 โมงเช้า  เราได้อ่านหนังสือเตรียมสอบ  คืนวันพฤหัสฯ (เช้าเรียน บ่ายทำงาน) วันศุกร์เช้าเรียน  ค่ำทำงาน  เสาร์ทำงานเต็มวัน  เลิกตีสอง  นอนตีสี่  วันอาทิตย์ตื่นมาเที่ยงครึ่ง  กว่าจะได้อ่านก็หัวค่ำ..อ่านจนเกือบเช้า  งีบหนึ่งชั่วโมง  ตื่นไปสอบ..  เฮ้อ..เหนื่อยดี  สอบเสร็จ  ก็ไปฉลองกับเพื่อนๆ  ดื่มนิดหน่อย  พอเมาหัวทิ่ม..เอิ๊กๆ (เพื่อนชาวจีนนะที่หัวทิ่ม  ชาวไทยคอแข็งอยู่แว้ว..อิ อิ)  คืนวันอาทิตย์ที่ 24 ทำงานเสร็จ หนึ่งทุ่ม  ไปบ้านโดมินิก (แกชวนไว้นานแล้ว  ว่าให้ไปกินข้าวช่วงคริสต์มาส)  อยู่บ้านโดมินิกจนตีหนึ่งครึ่ง (เค้าคุยกันเยอะจริงๆ  วันครอบครัวเลยนะเนี่ย...)
 
     ขอเล่าความเป็นอยู่แค่นี้ก่อนละกัน..ส่วนรูปจะมาอัพที่หลัง..ยังไม่ได้ลดขนาดไฟล์เลย  ไฟล์ใหญ่มากๆ..  สวัสดีปีใหม่นะทุกท่าน..
    

12月20日

Félicitation!!!

 
ขอแสดงความยินดีด้วยนะที่รับปริญญา
แป๊กไม่สามารถไปแสดงความยินดี  หรือถ่ายรูปด้วย..
 
ขอส่งใจ  และอยากบอกว่า.. "แป๊กอยู่ข้างๆนะ  ตอนถ่ายรูปอ่ะ  แป๊กยืนอยู่ข้างๆเสมอ.."
 
ปอร์เช่บอกว่า  ถึงไม่มีรูปแป๊กยืนข้างเพื่อนๆ  ก็รีทัชได้..
แต่ว่า..."ใจ"เรามันรีทัชไม่ได้..
11月17日

ความซื่อสัตย์

นอน ฉันก็ยังนอนคนเดียวอยู่ ฉันก็ยังตัวคนเดียวอยู่
ไม่มีอะไร มีก็แต่ใจที่ยังมั่นคงต่อเธอ
เหมือนวันที่เคยมีกันอยู่ แม้วันนี้เธอจะไม่อยู่
ก็ไม่ได้คิด จะให้ชีวิตมีใคร

ยังเหมือนเดิม ยังไงก็ยังอย่างนั้น
เวลาไม่เคยเปลี่ยนฉัน ที่มันยังมีแต่เธอทั้งใจ
ยังเก็บเธอไว้อย่างดี ยังมีรักเดียวเสมอ
ทุกอย่างยังเหมือนว่าเธอ ไม่จากไป
ยังอยู่กับรักที่มี ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ
ฉันยังซื่อสัตย์ ยังไม่อาจรักใคร ยังรักได้แค่เธอ

จำ ฉันก็ยังจำแค่เรื่องเก่า ฉันก็ยังทำเหมือนๆเก่า
ยังมีชีวิต ติดอยู่กับความทรงจำและคำว่ารัก
แม้ต้องมีฉันเพียงผู้เดียว ฉันก็ยังคงจะรักเดียว
ต่อให้มันเหงา ต่อให้ปวดร้าวเพียงใด

ยังเหมือนเดิม ยังไงก็ยังอย่างนั้น
เวลาไม่เคยเปลี่ยนฉัน ที่มันยังมีแต่เธอทั้งใจ
ยังเก็บเธอไว้อย่างดี ยังมีรักเดียวเสมอ
ทุกอย่างยังเหมือนว่าเธอ ไม่จากไป
ยังอยู่กับรักที่มี ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ
ฉันยังซื่อสัตย์ ยังไม่อาจรักใคร ยังรักได้แค่เธอ

ยังรักเธอเสมอ ยังรักเธอคนเดียว
ยังเก็บเธอไว้อย่างดี ยังมีรักเดียวเสมอ
ทุกอย่างยังเหมือนว่าเธอ ไม่จากไป
ยังอยู่กับรักที่มี ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ
ฉันยังซื่อสัตย์ ยังไม่อาจรักใคร
แม้คนที่ซื่อสัตย์ต้องไม่เหลือใคร แต่ฉันก็รักเธอ

(ไม่มีเธอ ฉันก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ แม้ว่าในวันนี้ไม่มีใคร แม้ในวันนี้ไม่มีเธอ)
ยังรักเธอ
(ไม่มีเธอ ฉันก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ แม้ว่าในวันนี้ไม่มีใคร แม้ในวันนี้ไม่มีเธอ)
นอน ฉันก็ยังนอนคนเดียว ฉันก็ยังตัวคนเดียว
ฉันยังมีเธอคนเดียว เพราะทั้งหัวใจยังมี แต่เธอแต่เธอๆผู้เดียว
ในจิตใจที่มียังรักเดียว ทั้งชีวิตยังรักเธอ รักเธอผู้เดียว
นอน ฉันก็ยังนอนคนเดียว ฉันก็ยังตัวคนเดียว
ฉันยังรักเธอคนเดียว
 
ความซื่อสัตย์ : บอดี้สแลม
 
"ฉันรู้..ว่าความซื่อสัตย์อย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความรัก.."
"แต่ฉันก็ทำอะไรได้ไม่มากกว่าการซื่อสัตย์"
10月14日

ศุกร์ 13 ที่เงียบเหงา..

กลับมาฝรั่งเศสได้เดือนกว่าแล้ว..
ปรับตัวกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลง..
 
เราทำอะไรอยู่???
ตอนนี้เราเรียนภาษาฝรั่งเศส..
ทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร..
 
เราจะเรียนไปทำไม???
เราอยากเข้าใจภาษาฝรั่งเศส
เราอยากต่อโทในสาขาวิชาที่เราชอบที่ฝรั่งเศส..
 
เราพักที่ไหน?
พักกับพี่คนไทยที่เป็นกุ๊ก..
อีกสักพักเราคงหาบ้านอยู่เอง..เกรงใจเค้า
 
อากาศเป็นอย่างไร???
ตอนนี้เริ่มเย็นๆแล้ว  ไม่ถึง 20 องศา  ต่ำสุด 10 กว่าองศา 
จะหนาวจริงๆก็คงเดือนธันวา-มกรา (ต่ำสุด -5 ถึง -10 องศา)
 
จะอยู่ฝรั่งเศสนานแค่ไหน???
เรียนภาษาสัก 2 ปี
เรียนโทสัก 2 ปี
 
จะกลับไทยบ้างหรือเปล่า???
ตั้งใจว่าจะกลับปีละครั้ง..
ช่วงที่กลับคงเป็นช่วง ธันวา-มกรา ปีหน้า
กลับไปรับปริญญาด้วย
แต่สิ้นปีนี้ก็อยากกลับ..
กลับไปถ่ายรูปงานรับปริญญา..
แต่คงไม่มีตังค์ค่าเครื่องฯ
 
อยากจะบอกว่า..
อยู่ที่นี่ได้เจออะไรแปลกๆ..
แต่ก็รู้สึกเหงา..
บ่อยครั้งที่ต้องอยู่กับตัวเอง.. 
ฉันรอวันที่เราจะได้พบกัน..
 
8月17日

หนึ่งเดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก

เวลามันช่างผ่านไปเหมือนสายน้ำจริงๆ  ขึ้นๆลงๆ  พิดโลก  กรุงเทพฯ  ไม่กี่รอบ  ก้อเดือนนึงแล้ว  ทำรายงานส่งมหาลัยเสร็จส่งไปตั้งแต่วันที่ 15 แล้ว  กำลังยุ่งกับการทำวีซ่าอยู่..  วันนี้ขึ้นพิดโลกเป็นรอบที่ 3 หลังจากกลับมาจากฝรั่งเศส  เป็นรอบที่คิดว่าจะเป็นรอบสุดท้ายที่จะได้ขึ้นมา (แต่มันก้ออาจจะได้ขึ้นมาอีกรอบก้อได้แฮะ  อะไรๆมันไม่แน่นอน)  มาสะสางงานที่เหลืออยู่  แล้วกับ กทม.ไปเดินเรื่องวีซ่าให้เสร็จ..  เตรียมการเดินทางครั้งใหม่  ครั้งใหญ่..  ชีวิตยังหมุนไปเรื่อยๆ  เหมือนล้อเกวียนบนทางดินขรุขระ  มันไม่เรียบง่าย  ไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย..  หนทางข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้างนะ?  ขอหลับตา  ตั้งสติ  แล้วค่อยวิ่งไปชนกับทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้า...
7月27日

กลับมาก็ยุ่งสุดๆ

ตอนนี้เดินทางกลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว  ก่อนกลับ  ไม่ได้เช็คเมลล์หรือเข้าสเปซเลย  ตั้งแต่ 11  กรกฎาคม  จนเข้าปารีส  วันที่ 13  จนบินกลับไทย  วันที่ 16  ถึงไทยเช้า 17  แฟนมารับที่แอร์พอร์ท  (ดีจัง  เป็นคนเดียวที่มารับ  และเป็นคนที่ไม่นึกว่าจะมารับได้..ขอบคุณนะ)  กลับมาเก็บของที่บ้าน  พักผ่อน  กินข้าวมื้อแรกที่แม่เตรียมให้  กะเพราไก่  ไข่ดาวสุกๆ  (ที่แม่ถามว่าอยากกินอะไรตอนมาถึง)  ช่วงบ่าย  ออกจากบ้าน  เอาเอกสารจากฝรั่งเศสไปให้พี่ฟ๊อง  หัวหน้างานวิเทศน์สัมพันธ์ม.นเรศวร  ที่ทบวงมหาวิทยาลัยเก่า  ไปไม่เป็น  หลงไปกระทรวงศึกษาฯซะงั้น  นั่งมอไซด์รับจ้างย้อนมาอีก 50 บาท (ไกลมะ?  อิ อิ)  เจอพี่ฟ๊อง  เอาเอกสารให้  คุยกันเรื่องต่อวีซ่า  ลาพี่ฟ๊อง  เราต้องไปแลกเงินยูโรที่แบกมาจากฝรั่งเศส  สองพันกว่ายูโร(แบกมาเกือบแสนห้าหมื่นบาท..เสียวโดนปล้นชิบ)  ไปแถวสะพานควาย  เดินหาร้านตั้งนาน  กว่าจะเจอ  แลกได้เรท  1  ยูโร  ต่อ  47.90  สูงใช้ได้  เลยแลกหมดเลย..

วันที่  18  พี่ส่งธนาณัติ  ให้ญาติพี่ๆกุ๊กคนไทย  ที่ฝากเงินเรามา  ส่งรูปให้ญาติพี่แดง  ตอนกลางคืนก้อนั่งรถขึ้นพิดโลก  ถึงตีสาม  แจ๊คมารับ  พักกับแจ๊คในเมือง..

วันที่ 19-20  ติดต่อกองบริการการศึกษา  เขียนเอกสาร  ทำเรื่องขอจบมหาลัย..  กว่าจะทำเอกสารเสร็จ  เหนื่อยพอควร..

21  อาจารย์รุจโรจน์เชิญไปเล่าประสบการณ์ให้น้องเทคโนฯปี 2 ฟัง  เกี่ยวกับทุนนี้  นอนตี 4 ตื่น 7 โมงเช้า  อาบน้ำ  7 โมงครึ่ง  เดือนจากโรงแรม  มาสถานีรถไฟ  ขึ้นรถปอ.12  ตอนแปดโมง  แปดโมงครึ่งถึงคณะ  เข้าไปตามเวลา..  อาจารย์ให้คุยครึ่งชั่วโมง  แต่คุยไม่จบ  อาจารย์เลยให้คุยต่อ จน 10 โมง  จากนั้นอาจารย์สัญญา  เชิญไปสอนรุ่นน้องเกี่ยวกับการใช้กล้องดิจิตอลเบื้องต้น  จาก 10 โมง  ถึง  เที่ยง  กิยข้าว  แล้วติวเรื่องการใช้กล้องกับน้องต่อ  ตอนดึก  ไปบ้านอาจารย์พ่อ  กินๆๆ  ...
 
ยังไม่จบ  แต่มันเยอะจนไม่อยากพิมพ์แล้ว..  
ตอนนี้ขอเวลาพักผ่อนสักที....แล้วเจอกันใหม่นะเพื่อนๆทุกคน 
7月7日

ช่วงสุดท้ายของการฝึกงาน..

ใกล้จะจบการฝึกงานในโครงการ  สหกิจศึกษา  ประเทศฝรั่งเศสแล้ว..  นี่อาจจะเป็นบล็อคสุดท้ายที่จะตั้งขึ้นมาระหว่างการฝึกงานที่นี่..  ทั้งๆที่มีเรื่องราวมากมาย  แต่ก้อไม่อยากเขียนอะไรเพิ่มเติม  อยากหยุดบล็อคสุดท้ายไว้ที่บล็อคก่อนหน้านี้..  ไม่อยากเล่าอะไรเลย..ทั้งเรื่องปารีส  เรื่องการเป็นอยู่..  ตอนนี้ใจอยู่ไทยแล้ว..  แล้วเจอกันนะ..
 
ปล.ตอนนี้บ่จี๊อะ  คงไม่สามารถซื้อของฝากแพงๆไปให้ใครได้..  เพราะมีภาระที่ต้องใช้จ่ายหลายร้อยยูโร  ทั้งปัจจุบันและที่กำลังจะมาถึง..ที่ทำได้ตอนนี้ก้อคือ  เขียนโปสการ์ดส่งคนรู้จักบางคน  เป็นที่ระลึกเท่านั้น..(แค่ส่งโปสการ์ดก้อหมดหลักพันแล้ว..)
6月26日

สัญญา

.........                 .........

แม้ว่าไม่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีเธอใกล้ ๆ
แม้เธอนั้นอยู่แสนไกล แต่ฉันก็มั่นใจว่าทั้งสองเรา
จะต้องผ่านพ้น วันคืนที่เหงา เพราะหัวใจ สองเราไม่ห่างกัน

.......อย่ากลัวว่าวันเวลา จะทำให้เธอต้องเสียใจ.......
......หรือความห่างไกล จะทำให้ใจฉันไหวหวั่น......
ข้อความเหล่านี้ ทุกๆ คำ...  จะคอยแทนคำสัญญา

ให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่ามัน จะนานสักเท่าไหร่
จะไม่มีใครมีความสำคัญ และสูงค่า
ให้คำพูดฉัน แทนคำสัญญาให้รู้ว่า
...........................

..."ฉันรักเธอ"...

.........

... 

 

เพลง : สัญญา

ศิลปิน : บอย โกสิยพงษ์ feat. Groove Riders

6月23日

Revenir (come back)

หลังจากหนีเที่ยวปารีส  (ตั้งแต่วันที่13-20)  ตอนนี้ก้อกลับมา  La  Rochelle  อีกครั้ง..
คราวนี้ต้องเริ่มสะสางกับหางตัวเองที่พอกดินเอาไว้..  และต้องรีบดับไฟที่กำลังลนก้น
เพราะไม่งั้น..อาจจะได้เช็ดน้ำตาที่หัวเข่า..เอิ๊กๆๆ
 
ตอบเพื่อนๆที่มาคอมเม้นต์ก่อนนะ
 
น้องนิว..  อย่าเล่นของสูงนะ  ขอเตือนๆ  พี่อาจหัวขาดได้  อิ อิ 
 
ปอร์เช่..  แป๊กคิดถึงบ้านเหมือนกัน  ไปอเมริกาเหรอ?  ดีจัง  มีโอกาสจะตามไปนะ  จะติดต่อทางอีเมลล์ละกัน
ปล.แป๊กไม่ชอบดูบอล  เลยไม่มีปัญหา  และดูที่นี่ก้อเวลาเย็น  ไม่ดึกเหมือนไทย..  พี่ที่ช่อง 7 มาถ่ายข่าวบอลโลกที่เยอรมัน  ชวนแป๊กไปเป็นผู้ช่วยกล้อง  แต่แป๊กคงไปไม่ได้ (ก้ออยากไปนะ  จะได้ช่วยพี่เค้าถ่ายบรรยากาศฟุตบอลโลกบ้าง) แต่ต้องทำโปรเจ็ค  กะค่าเดินทางคงแพง  และเวลาเหลือน้อย  เดี๋ยวทำงานไม่ทัน..
ปล.2  ไปเว็บเอกเทคโนแล้ว  แต่ไม่ค่อยเวิร์คเลย  โหลดไม่ได้บ้าง  มีปัญหาบ้าง เซ็งๆๆ  น่าเปลี่ยนเว็บนะ
ปล.3-4  ไม่ทันแล้ว  ไปเที่ยวปารีสจนเลยวัน  ขอบคุณมากที่ส่งให้นะปอร์
ปล.5  ซื้อวีซีดีที่เค้าอัดรายการถ่ายทอดงานเฉลิมฯที่ปารีสดูแล้ว  ยิ่งใหญ่จริงๆ  และก้อได้ดูโฆษณาที่  ในหลวง อินมายฮาร์ท  แล้ว  กะอีกตัวนึง  ซึ้งจริงๆ  รักในหลวงสุดๆเลย  ตอนอยู่ปารีส  ก้อซื้อมติชนสุดสัปดาห์เล่มที่หน้าปกในหลวงทรงดนตรีมาอ่าน  เล่มละ  3.60 ยูโร  ตก 150  บาท  แต่คุ้มค่าที่ได้อ่าน  ดีกว่าเอาตังค์ไปกินเบียร์เนอะ..กลับไทยว่าจะหาเสื้อเหลืองมาใส่ที่ฝรั่งเศสอะ
ขอบคุณปอร์ที่ส่งสิ่งดีๆมาให้นะ
 
น้องแนนนี่..  กลับไปเล่าให้พี่ฟังนะ  พี่ก้อมีอะไรเล่าให้เราฟังเยอะเหมือนกัน  อย่าแย่งกันพูดนะ..  เอ้อ  คำอธิบายชื่อพี่ตรงลิ้งค์ในสเปซเราอะ..พี่ชอบนะ  แต่ตรงคำว่า  หัวโบราณอะ  เปลี่ยนเป็นอนุรักษ์นิยมได้ไหม???  อิ อิ  ถึงพี่จะชอบเล่นดนตรีไทย  แต่พี่ก้อเล่นดนตรีสากลได้นะ  ถึงพี่จะชอบใช้กล้องฟิล์ม  แต่บางงานพี่ก้อใช้ดิจิตอลนะ..  ถึงพี่จะชอบของเก่าแต่พี่ก้อไม่ปิดกั้นของใหม่นะ  อนุรักษณ์นิยมดีกว่านะ  นะ  นะ  เอิ๊กๆๆ
 
ปาล์ม..  ไม่ต้องบอกก้อได้..  แล้วนี่เปลี่ยนสเปซทำไม  ไม่กล้าโพสนะ  รู้สึกแปลกๆถ้าจะต้องโพสสเปซนั้น  มั้นเหมือนสเปซของคนสองคนอะ...จะโพสที่สเปซเดินปาล์มละกัน
 
แอ๊นท์..  คิดถึงดวงใจอยู่หนึ่งดวง  คนที่รัก..  และก้อยังคิดถึงอีกหลายๆคนที่รักเรา..
 
พี่อ้อ..  คิดถึงแฟนครับ  ฟังแล้ว  น้ำตาไหลแล้ว..  ไม่บอกแต่แรก  เดี๋ยวจะเปลี่ยนเพลงและ..
 
 (http://fai48.spaces.msn.com/)..  คนนี้  ใครไม่รู้อะ???  พี่ก้อไม่เก่งภาษาฝรั่งเศสหรอกนะ  ใช้ประโยชน์จากพี่ไม่ค่อยได้หรอก  แต่ลองแปลคำว่า Je t'embrasse จากเว็บแล้ว  แปลว่า I kiss(embrace) you อะ  ส่วนเนยแข็งกินไม่ครบหรอก  กินไม่กี่ชนิดก้อเลี่ยนตายแล้ว  กลับ 16 กรกฎาครับ
 
ขี้แมว..  Je pense à toi  Aussi. je suis triste  Aussi.ฟังเพลงเบเกอรี่  กินขนมปังอร่อยๆ  กินช็อคโกแลต  คิดถึงเสมอ..ไม่ต้องกังวล..ไม่ไม่คนอื่นแน่นอน...  ไม่จริงให้ตัดหัวบิวเลยเอา..
 
เต้ย..  คืนไหนนะ  แป๊กไปกะเต้ยหลายคืนนี่นา..
 
น้องอ๋อม..  คืนนั้นแหละ..คืนที่พี่ไปเมากันที่ slim อะ  เอิ๊กๆๆ
 
อืม..ตอนนี้ก็กำลังเร่งโปรเจ็คอยู่  ถ้าว่างแล้วจะอัพรูปที่ไปเที่ยวปารีสให้ดูนะ..ขอบคุณที่เป็นห่วงกันครับ